|
เขียนโดย Administrator
|
|
Friday, 17 August 2007 |
|
ประวัติความเป็นมาของชมรมธุรกิจสิ่งพิมพ์ภาคเหนือ
นับเป็นความโชคดีบนความโชคร้ายของพวกเราผู้ประกอบการธุรกิจสิ่งพิมพ์ภาคเหนือทั้งนี้เนื่องจากว่าธรรมดาของการก่อตั้งชมรมหรือ สมาคม ผู้ประกอบการประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านมาไม่ได้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นโดยง่ายต้องใช้เวลาและปัจจัยองค์ประกอบที่เหมาะสมหลายด้านจึงสามารถก่อตั้งได้สำเร็จและดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ชมรมธุรกิจสิ่งพิมพ์ภาคเหนือของเรา ได้ก่อตั้งขึ้นท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นกับพวกเรา ใช้เวลาในการรวมตัวก่อตั้งเพียง 2-3 เดือน นับจากการรวมตัวประชุมกันครั้งแรก ทั้งนี้ต้องยกความดีส่วนหนึ่งให้กับท่าน ประธานสันติภาพ พันธ์พิกุล ที่ท่านได้อาศัยประสบการณ์ในการดำเนินกิจกรรมทางสังคมที่สะสมมาอย่างยาวนาน เข้ามาช่วยในการก่อตั้งองค์กรให้กับพวกเราจนสามารถดำเนินกิจกรรมในหลาย ๆ ด้านได้สำเร็จลุล่วงในระดับที่น่าพอใจ สำหรับความดีส่วนที่สองต้องขอยกให้กับคณะทำงานซึ่งมีทั้งในส่วนคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งและสมาชิกที่เสนอตัวเข้ามามีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยความมุ่งมั่นเสียสละทำให้การดำเนินกิจกรรมของชมรมสำเร็จราบรื่นทุกครั้ง ความดีส่วนที่สาม ซึ่งมีส่วนสำคัญที่สุดก็ว่าได้ นั่นคือ สมาชิกผู้ประกอบการธุรกิจสิ่งพิมพ์ทุกท่านในเขตเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนทุกครั้งที่มีการทำกิจกรรมและมีการสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ขณะนี้นับได้ร่วม 91 กิจการแล้วที่เห็นความสำคัญในการรวมตัวเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้านต่าง ๆ อันจะก่อให้เกิดความพัฒนาเติบโตอย่างเข้มแข็งในการทำกิจกรรมด้านต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของชาติต่อไป
ก่อนจะเป็นชมรมธุรกิจสิ่งพิมพ์ภาคเหนือ
อันที่จริงที่ผ่านมาพวกเรากลุ่มผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์ ในจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีการรวมตัวกันจัดกิจกรรมทางสังคมร่วมกันหลายครั้งในอดีตมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเป็นอย่างดี เป็นพื้นฐานที่ดีกันมาก่อน แต่เป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่มากนักแต่มีความสามัคคีที่ดีมาก เนื่องจาก ได้บุคคลที่ถือว่าเป็นผู้ประสานความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกลุ่มอย่างคุณสมพล ดารารัตนโรจน์ หรือเสี่ยโต้ง และผู้อาวุโสของพวกเราคือ คุณมานพ งามเสงี่ยม ที่เป็นเสาหลักแกนนำให้กับพวกเรา น้อง ๆ ผู้ประกอบการทุกคน โดยมีท่านอัยการพิเศษ รท.บุญเลิศ เจริญผล เป็นผู้ให้คำแนะนำชี้แนะแนวทางแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ให้กับกลุ่มพวกเรามาโดยตลอด ซึ่งนับเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพวกเราอยู่เสมอ ๆ
เจาะลึกเหตุการณ์ก่อนการก่อตั้งชมรม
ยังจำได้แม่น วันนั้นเป็นวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2545 ไม่มีใครคาดคิดและคิดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์ที่เป็นสุจริตชนในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญของภาคเหนือของประเทศ มีกลุ่มบุคคลที่มีความรู้ด้านกฏหมาย ในนามสำนักทนายความนิติไท ได้อาศัยเอกสารคำขอจดทะเบียนและหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของฟอนต์ภาษาไทย PSL แจ้งความกล่าวหาผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์ในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนถึง 19 ราย หลังจากที่ส่งสายสืบออกหาหลักฐานการละเมิดใช้ฟอนต์ภาษาไทย PSL โดยไม่ได้รับอนุญาต นำกำลังตำรวจพร้อมหมายค้นดำเนินการจับกุมคุมขังและยึดของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังสถานีตำรวจกองเมือง และ ภูพิงค์ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนทั่วไป และเพื่อนผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ว่าเกิดการกระทำผิดในข้อหาอะไรทำไมถึงต้องดำเนินการถึงขนาดนี้ ถ้าหากเกิดขึ้นช่วงนี้สังคมทั่วไปคงคิดว่าเป็นผู้ต้องหาค้ายาเสพติดเป็นแน่ น่าเห็นใจที่บุคคลที่ถูกดำเนินการส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก มีเครื่องมือคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ในการประกอบการเลี้ยงครอบครัวเพียงชิ้นเดียวบางรายยังมีภาระการผ่อนอยู่ แต่ต้องโดยยึดเครื่องมือไป ส่วนบางรายต้องถูกควบคุมตัวไว้ที่โรงพักเนื่องจากยังหาหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่ได้ นับเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง และกระทบกระเทือนจิตใจของพวกเราเป็นอย่างยิ่ง
การรวมตัวครั้งแรกของพวกเราจึงเกิดขึ้น ณ ภัตตาคารเจี่ยท้งเฮง วันที่ 20 มิถุนายน 2545 เวลา 18.00 น. มีผู้ประกอบการมาร่วมประชุมโดยมิได้นัดหมายอย่างเป็นทางการ ประมาณ 40 คน ล้นห้องประชุมของภัตตาคารเจี่ยท้งเฮงในวันนั้น การประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียดกว่าจะได้รับประทานอาหารก็ดึกพอสมควร ในวันนั้นจำได้ว่ามีผู้ที่ใช้วิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสด้วยประสบการณ์ของท่านได้เสนอแนะให้พวกเรารวามตัวต่อตั้งชมรมฯ เพื่อต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพวกเรา คือ คุณสันติภาพ พันธ์พิกุล เนื่องจากท่านได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการต่อสู้ในนามของชมรม จะได้รับความเชื่อถือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดไว้ทุกประการ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากท่านอัยการพิเศษ รท.บุญเลิศ เจริญผล ซึ่งท่านเป็นผู้หนึ่งที่เสนอให้พวกเราได้มีการรวมตัวในลักษณะนี้มานานแล้ว เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อมีเหตุการณ์ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับพวกเรา แต่ที่ผ่านมายังไม่มีเหตุการณ์กระตุ้นจึงไม่มีความกระตือรือร้นเท่าที่ควร สำหรับครั้งนี้พวกเราทุกคนได้ร่วมกันลงชื่อแสดงความประสงค์ที่จะต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมร่วมกัน
สรุปมติในวันนั้น ให้มีการร่างหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 21 มิถุนายน 2545 เวลา 15.00 น. โดยมีการวางแผนแบ่งงานกันเป็นอย่างดี เมื่อถึงกำหนดนัดหมายได้รับความร่วมมือจากพวกเราเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงเต็มห้องประชุมชั้นสามของตึกบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ในวันนั้น พร้อมกับสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ที่ได้รับการติดต่อประสานงานจากทีมงาน มาร่วมทำข่าวอย่างครบถ้วน เมื่อมีการนำเสนอข่าวออกไป พร้อม ๆ กับได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ , สมาคมการพิมพ์ไทย, ชมรมการจัดพิมพ์อิเล็คทรอนิกส์ไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ ซึ่งได้รับความร่วมมือช่วยเหลือในการคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นให้ยุติลงได้ด้วยดีระดับหนึ่ง
การเลือกตั้งประธานชมรม
เพื่อให้การดำเนินการประสานงานขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้องชอบธรรมในนามของชมรมทางคณะทำงานจึงเห็นสมควรให้มีการเรียกประชุมเลือกประธานเป็นตัวแทนในการดำเนินการแก้ไขปัญญาเฉพาะหน้าครั้งนี้โดยเร็วที่สุด ซึ่งในที่ประชุมมีมติให้ดำรงตำแหน่งเป็นการเฉพาะกิจในวาระ 1 ปี ที่ประชุมครั้งนั้นมีผู้ที่เหมาะสม สองท่าน คือคุณสันติภาพ พันธ์พิกุล และคุณมานพ งามเสงี่ยม (อดีตประธานชมรมโรงพิมพ์เชียงใหม่) ซึ่งมีอาวุโสและประสบการณ์ที่สุดในขณะนั้น การลงคะแนนคัดเลือกมีคะแนนออกมาสูสีใกล้เคียงกัน คือ 15 : 12 จึงให้ คุณสันติภาพ พันธ์พิกุล เป็นประธาน และคุณมานพ งามเสงี่ยม เป็นที่ปรึกษาชมรมฯ หลังจากนั้นทางประธานได้แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน 14 ท่าน ขึ้น ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2545 ซึ่งนับเป็นวันก่อตั้งชมรมธุรกิจสิ่งพิมพ์ภาคเหนือ อย่างเป็นทางการ
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Saturday, 29 September 2007 )
|